บทที่ 7 เมื่อหัวใจพบรัก 2

บ้านอินทิยาเปิดการต้อนรับอดีตสามีของเพื่อน นิคโกโลกับภาพิมลนั่งคุยกันในห้องนั่งเล่นเพียงสองคน เพราะเธออยากให้ทั้งสองพูดคุยกันแบบจริงจัง อย่างมีสติ ไม่เช่นนั้นเรื่องคงไม่จบ มันจะยิ่งยืดเยื้อ คนหนึ่งอยากกลับมาคืนดี แต่อีกคนอยากหลีกหนีไปให้ไกล

ส่วนคนที่มาพร้อมกับนิคโกโลนั่งในห้องรับแขก อินทิยาในฐานะเจ้าของบ้าน ต้อนรับขับสู้อย่างดี และเมื่อรู้ว่า พวกเขายังไม่ได้กินอาหารเที่ยง เธอจึงลงมือทำอาหารง่ายๆ ให้กิน

“กินข้าวกันก่อนนะคะ แล้วค่อยคุยกันต่อ” อินทิยามาเรียกอดีตคู่สามีภรรยา ทุกคนจึงเดินไปรวมตัวกันในห้องกินอาหาร “ฉันไม่รู้ว่า ใครชอบกินหรือไม่ชอบกินอะไรบ้าง เลยทำเมนูพวกนี้ค่ะ เลยไม่แน่ใจว่าถูกปากพวกคุณหรือเปล่า”

อาหารที่ว่านี้คือ มักกะโรนีทะเลผัดขี้เมา ซุปเห็ดหอม ไก่อบชีส และสลัดผักรวม

“ผมว่า คุณทำอะไรก็อร่อย อีกอย่างอาหารพวกนี้ พวกผมกินได้อยู่แล้วครับ” มาร์เซลโล่ตอบ ยิ้มให้แม่ครัวจำเป็น อินทิยาถึงกับเขิน เพื่อนมาเฟียร้ายมองหน้ากัน ต่างรู้ว่า มาร์เซลโล่คิดอย่างไร

“ฉันว่ากินอาหารกันดีกว่านะ หน้าตาน่ากินมากๆ เลย หน้าตาดีเหมือนคนทำ” ริกการ์โด้แซวอินทิยาเบาๆ ลอบมองดูปฏิกิริยามาร์เซลโล่ ซึ่งผลที่ได้รับคือ เขาถูกหยิกตรงช่วงเอว มาร์เซลโล่เชิงปรามว่า อย่ามายุ่งกับผู้หญิงคนนี้

แม้ว่าอาหารมื้อนี้จะง่ายแสนง่าย ไม่บ่อยครั้งนักที่มาร์เซลโล่จะกิน ทว่ามาร์เซลโล่กลับเจริญอาหาร กินไปมองหน้าคนทำไป ห้วงความคิดมาร์เซลโล่อยากยืดเวลากินอาหารให้นานกว่านี้ สามสี่ชั่วโมงได้ยิ่งดี เพราะนอกจากอิ่มท้อง ยังอิ่มอกอิ่มใจ

คนอะไรยิ่งมองยิ่งเพลิน ยิ่งอยากชิดใกล้...มากกว่านี้

..........................

บาร์เดอะสกาย หนึ่งทุ่มครึ่ง

เตชินท์ชวนมาร์เซลโล่กับริกการ์โดมาเปลี่ยนบรรยากาศ จากนั่งดื่มเหล้าดีๆ ราคาแพง นั่งฟังเพลงจากนักร้องเสียงนุ่มละมุนหูในผับหรู ไม่วุ่นวาย มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างมาก มาเป็นร้านเหล้าที่ทุกอย่างล้วนตรงกันข้ามกับที่เคยสัมผัสมา

บาร์แห่งนี้ไม่ได้คับแคบ มันใหญ่พอสมควร รองรับนักท่องราตรีได้มากกว่าห้าร้อยคน บนเวทีมีเครื่องดนตรีครบชุด นักร้องและนักดนตรีผลัดเปลี่ยนขึ้นมาร้องเพลงจังหวะกระชากใจ สลับกันไปทั้งเพลงช้าฟังเพลินๆ เพลงเร็วสำหรับขาแดนซ์ยืดเส้นยืดสาย

เจ้าของบาร์เป็นมาเฟียประจำถิ่น ที่เอ่ยถึงเป็นที่รู้จัก และไม่มีใครอยากยุ่งด้วย เพราะรู้ดีว่า มีอิทธิพลมากแค่ไหน จึงไม่ค่อยมีใครกล้ามีเรื่องในร้านนี้

“ว่าไง พอเที่ยวได้มั้ย” เตชินท์แม้ฐานะร่ำรวยถึงขั้นเศรษฐีเมืองไทย กลับใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป ไม่ได้ยึดติดกับความรวยของตน เช่นเดียวกับเพื่อน มีทุกระดับเช่นกัน เขาเอ่ยถามสองมาเฟีย

“ฉันเที่ยวได้ทั้งนั้นแหละ ไม่ได้ติดหรูซะหน่อย” ริกการ์โดตอบ “ที่นี่ครึกครื้นดีนะ ทุกคนเอ็นจอยดี”

“น่าสนุกดี ที่นี่ดีกว่าบางที่ที่เคยไปซะอีก” มาร์เซลโล่ตอบ

“ดีกว่าตรงที่ว่า วันนี้มีสาวถูกใจมาเที่ยวด้วยหรือเปล่า”

ริกการ์โดดักคอมาร์เซลโล่อย่างรู้ทัน แล้วยังรู้ด้วยว่า มาร์เซลโล่กับอินทิยาเคยเจอกันที่ฝรั่งเศส และเกิดปิ๊งเธอตั้งแต่ตอนนั้น การพบเจอกันครั้งนี้ของทั้งคู่ เขาถือว่าเป็นพรหมลิขิต

“รู้มาก” มาร์เซลโล่ยิ้ม ไม่ได้โต้แย้งอันใด

“นายจริงจังเหรอมาร์ซหรือแค่เล่นๆ” คนถามคือเตชินท์

“ไม่รู้สิ บอกไม่ถูก” คนตอบยังไม่มั่นใจในความรู้สึกตัวเอง “รู้แค่ว่าชอบตั้งแต่แรกเห็น ถูกชะตาด้วย”

“คงชอบและถูกชะตาจริงแหละ ฉันเห็นนายมองลินท์ตาเป็นมันเลย หวานฉ่ำอีกต่างหาก นายไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนด้วยสายตาแบบนี้” เตชินท์เป็นเพื่อนมาร์เซลโล่มานาน ย่อมรู้นิสัยใจคอ ซึ่งข้อนี้มาร์เซลโล่ไม่ปฏิเสธ

“นายอย่าลืมนะว่า นายมีแคทอยู่น่ะ แค่ชอบ แค่เล่นๆ น่ะได้ แต่ถ้าจริงจัง คิดดีๆ นายยังไม่เคลียร์เรื่องแคทนะ” ริกการ์โดเตือนด้วยความหวังดี สีหน้ามาร์เซลโล่เปลี่ยนทันที จากมีรอยยิ้ม เวลานี้มีความเครียด “นายก็น่าจะรู้นิสัยแคทดีกว่าใคร ถ้านายคิดจริงจัง เรื่องยากแน่”

“ใช่ ฉันเห็นด้วยกับริกกี้ นายขอหย่าแคทโดยไม่มีหญิงอื่น แคทยังไม่ยอมเลย แต่นี่นายกำลังสนใจลินท์ แคทรู้ยิ่งกว่าไม่ยอมอีก ถ้านายคิดจริงจังกับลินท์ล่ะก็ นายต้องจัดการเรื่องหย่าให้เร็วที่สุด” สีหน้ามาร์เซลโล่เหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ หนักใจเรื่องนี้สะสมมานานแรมปี ยังหาทางไปพบกับคำว่าสำเร็จไม่ได้

ขณะนั้นคนที่บอกว่าจะมาสมทบภายหลัง เดินเข้ามาในร้าน ที่ดูเหมือนว่าอินทิยามักคุ้นกับร้านนี้ดี

มาร์เซลโล่มองอินทิยาตาเป็นมัน ฉายความปรารถนาชัดเจน เขายกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม โดยสายตาไม่วางจากอินทิยา เธอทักทายคนรู้จักตามโต๊ะที่เดินผ่าน เขาสังเกตว่าหญิงสาวไม่ได้มาคนเดียว มีชายสามคนเดินตามหลังมา แยกไปนั่งอีกโต๊ะใกล้โต๊ะที่เขานั่ง

อีกเรื่องที่ทำให้อินทิยาชวนมองมาก คือการแต่งตัว เธอแต่งกายเหมือนนักท่องราตรี เสื้อสายเดี่ยวหนังสีดำแบบเกาะอก พอให้เห็นเนินภูเขาเล็กน้อย พอเป็นกระษัย กับกางเกงรัดรูปสีดำเข้าชุดกัน เส้นผมหยักศกเล็กน้อยปล่อยสยาย เครื่องหน้าแต่งแต้มเพียงเล็กน้อย ทว่ากลับชวนมองมาก มาร์เซลโล่ไม่อยากละสายตาก็ว่าได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป